กำเนิดกรมช่างโยธาทหารอากาศ (พ.ศ.๒๔๘๒ - ๒๔๙๑)
     องค์กรขนาดใหญ่ระดับกองทัพ จำเป็นต้องมีหน่วยรับผิดชอบเกี่ยวกับการก่อสร้างและบูรณะซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภค การก่อสร้างอาคารสถานที่ การสร้างสนามบิน ถนน การติดตั้งระบบไฟฟ้า ประปา และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ กองทัพอากาศจำเป็นต้องมีหน่วยที่รับผิดชอบงานกล่าวมาแล้ว ซึ่งหัวใจของกองทัพอากาศให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมใช้งานไม่ว่าจะเป็นภาวะปกติหรือในยามสงคราม หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบความหลากหลายของงาน คือ กรมช่างโยธาทหารอากาศ
   กรมช่างโยธาทหารอากาศ ได้ก่อกำเนิดขึ้นมาจากหน่วยงานเล็กๆหน่วยหนึ่ง เมื่อ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๒ เป็นหน่วยขึ้นตรงกองทัพอากาศ เรียกว่า แผนกโยธาพาหนะ กำเนิดขึ้นหลังจากที่ กรมทหารอากาศ ได้รับการยกฐานะเป็น กองทัพอากาศ ซึ่งห่างกันเพียง ๒ ปี ๕ เดือน ๒๑ วัน (กองทัพอากาศได้รับการสถาปนาเป็นกองทัพ เมื่อ ๘ เมษายน พ.ศ.๒๔๘๐) หัวหน้าแผนกโยธาพาหนะคนแรกคือ นาวาอากาศโท หลวงประดิษฐ์เวหาสยาน (ถนอม วาระรังษี) ตั้งกองบังคับการอยู่ที่โรงเก็บเครื่องบินหลังที่ ๔ ด้ารทิศตะวันตกของสนามบิน ใกล้กับหมวดเสนารักษ์ (อยู่ในบริเวณของการท่าอากาศยานกรุงเทพฯในปัจจุบัน) และมีการจัดหน่วยดังนี้
   กองบังคับการ มีหัวหน้ากองบังคับการเป็นผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ในการรับ-ส่ง โต้ตอบเก็บรักษาบรรดาสรรพเอกสารและหนังสือราชการทั่วไป รักษาแบบธรรมเนียม ทำสัญญาในการก่อสร้างหรือจัดซื้อ และเป็นที่ปรึกษาในทางกฏหมายสำหรับแผนกฯ เบิกจ่ายเครื่องใช้ประจำแผนกฯ ทำประวัติทะเบียนของราชการ ตลอดจนการเบิกจ่ายสิ่งของเครื่องใช้ราชการภายในแผนกฯ
   กองพาหนะ มีแม่กองพาหนะเป็นผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ในการขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ (เว้นรถไฟ) ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้สามารถใช้ตรวจแก้ และขับขี่พาหนะ จัดหาวัสดุอุปกรณ์ และแจกจ่ายพาหนะทุกชนิด (เว้นรถไฟ)
    กองสนามบิน-ถนน มีแม่กองสนามบิน-ถนน เป็นผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่แบ่งหน้าที่ออกเป็น ๒ หน้าที่ คือ
     ๑. หน้าที่สนามบิน ทำการสร้างสนามบินของกองทัพอากาศทั่วราชอาณาจักร และซ่อมหรือเปลี่ยนแปลงให้ใช้การได้ดีอยู่เสมอ
     ๒. หน้าที่ถนน มีหน้าที่สร้างและซ่อมถนน-สะพานของหน่วยต่างๆในกองทัพอากาศให้ใช้การได้ดีอยู่เสมอ
   การซ่อมสนามบินนั้น ถ้าเป็นการซ่อมเล็กๆ น้อยๆ สำหรับสนามบินประจำกองบิน ให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาของกองบินนั้น อำนวยการและจัดการเอง (เว้นที่ดอนเมือง) สำหรับการกร้าง-การซ่อมสนามบิน ซึ่งไม่มีกองบินประจำ การซ่อมใหญ่ในสนามบินทั้งหมดจึงจะเป็นหน้าที่ของส่วนราชการในแผนกนี้ ส่วนถนนและสะพานนั้น หน้าที่ของแผนกนี้ทำเฉพาะการซ่อมใหญ่ และการสร้างเท่านั้น การซ่อมย่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาหน่วยเจ้าของถิ่น (เว้นดอนเมือง) เป็นผู้จัดและอำนวยการเอง
   กองไฟฟ้า-ประปา มีแม่กองไฟฟ้า-ประปา เป็นผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่แบ่งออกเป็น ๓ หน้าที่คือ
     ๑. หน้าที่ไฟฟ้า มีหน้าที่ในการไฟฟ้า คือจัดวาง จัดตั้งซ่อมแซม ตรวจแก้ไขไฟฟ้าและควบคุมดูแลอำนวยการใช้ การแก้ไขเครื่องไฟฟ้าของกองทัพอากาศ
     ๒.หน้าที่ประปา มีหน้าที่จัดวาง ซ่อมแซม ตรวจแก้ประปา และควบคุมดูแลอำนวยการใช้ การแก้ไขเครื่องสูบน้ำของกองทัพอากาศ
     ๓. หน้าที่โทรศัพท์ มีหน้าที่ควบคุมการใช้ การตรวจแก้เปลี่ยนแปลงรื้อย้ายโทรศัพท์ภายในกองทัพอากาศ กับดูแลควบคุมโทรศัพท์ซึ่งต่อออกภายนอกด้วย
   กองอาคาร มีแม่กองอาคารเป็นผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ในการสร้าง คือรับเงินเบิกของ จ้างแรงงาน และดำเนินการสร้างอาคารต่างๆกับมีหน้าที่ในการซ่อม คือ ตรวจสภาพของอาคาร ซ่อมและเปลี่ยนแปลงบรรดาอาคารต่างๆ
   กองคลัง มีแม่กองคลังเป็นผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ในการจัดหา เก็บรักษา จ่ายพัสดุ ซึ่งเกี่ยวกับโยธาพาหนะของหน่วยต่างๆ ในกองทัพอากาศต้องการใช้ แบ่งแยกหน้าที่ออกเป็น
    ๑. หน้าที่ในทางธุรการ งานสั่งซื้อ และคิดอัตราพัสดุ
    ๒. หน้าที่ในการจัดหา เก็บรักษาและจ่ายพัสดุในการอาคาร การไฟฟ้า-ประปา-โทรศัพท์ การถนน สนามบิน และพาหนะ
   กองแบบแผนและสถิติ มีแม่กองแบบแผนและสถิติเป็นผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ออกแบบ คือ ค้นหาแบบ พิจารณาแนะนำ คำนวณ เขียนแบบ ตรวจแบบ พิมพ์แบบ และทำสถิติของอาคาร-ไฟฟ้า-ประปา-โทรศัพท์-สนามบิน-ถนน-พาหนะ ตลอดจนสถิติราคาของในท้องตลาด
   กองการเงิน มีแม่กองการเงินเป็นผู้บังคับบัญชา เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ในการเบิกจ่ายค่าจ้างแรงงาน เบี้ยเลี้ยง เงินเดือนของข้าราชการ ตลอดจนเก็บหลักฐานและเอกสารต่างๆในการเงิน

   เนื่องจากแผนกโยธาพาหนะเป็นหน่วยงานที่มีหลากหลายในภารกิจดังนั้น กองทัพอากาศจึงได้พิจารณาปรับปรุงและขยายอัตรากำลังพลของกองทัพขึ้นใหม่ และพิจารณาเห็นถึงความสำคัญและจำเป็นของแผนกโยธาพาหนะ จึงได้พิจารณาแยกออกเป็น ๒ ส่วน และให้เลื่อนฐานะแต่ละส่วนขึ้นเป็น กรมน้อยคือ
   ส่วนที่ ๑ ประกอบด้วย กองสนามบิน, กองไฟฟ้า-ประปา-โทรศัพท์, กองอาคาร และกองแบบแผน รวมเป็น กรมช่างโยธาทหารอากาศ
   ส่วนที่ ๒ ได้แก่ กองพาหนะ ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น กรงพาหนะ(กรมขนส่งทหารอากาศในปัจจุบัน)
   ทั้ง ๒ ส่วนนี้ ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นกรม ขึ้นตรงต่อกรมพลาธิการทหารอากาศ ตามประกาศของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ลง ๑๗ กันยายน พ.ศ.๒๔๙๑ (ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตอนที่ ๔๕ เล่ม ๖๕ ลง ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๑)
   ในยุคนั้นข้าราชการของทั้ง ๓ กรม คือ กรมช่างโยธาทหารอากาศ กรมพลาธิการทหารอากาศ และกรมพาหนะ (กรมขนส่งทหารอากาศในปัจจุบัน) มีสโมสรซึ่งใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจรวมกัน ซึ่งทุกคนรู้จักกันดีในนาม สโมสร ๓ กรม สโมสรนี้ตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของตึกกองบังคับการกรมพาหนะ (ตึกกองบังคับการกรมขนส่งทหารอากาศในปัจจุบัน)
   กรมช่างโยธาทหารอากาศ (พ.ศ.๒๔๙๒ - พ.ศ.๒๔๙๘)
   ในส่วนของกรมช่างโยธาทหารอากาศ ซึ่งได้แยกหน่วยปฏิบัติงานโดยสมบูรณ์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๒ ขึ้นตรงต่อกรมพลาธิการทหารอากาศ อาศัยอยู่บนตึกกรมพลาธิการทหารอากาศที่ฝั่งตะวันออกของสนามบินดอนเมือง อำเภอบางเขน จังหวัดพระนคร จนถึง พ.ศ. ๒๔๙๖ มีเจ้ากรมโยธาทหารอากาศเป็นผู้บังคับบัญชา อัตรา น.อ. และแบ่งส่วนราชการ ดังนี้
   ในปี พ.ศ. ๒๔๙๖ กรมช่างโยธาทหารอากาศได้ขยายอัตราและตำแหน่งขึ้นอีก แก้ไขและยกฐานะเจ้ากรม เป็น พล.อ.จ. และวันที่ ๒๕ พฤจิกายน ๒๔๙๖ กรมช่างโยธาทหารอากาศ ได้ย้ายขึ้นอยู่บนตึกที่สร้างใหม่ และขยายกิจการ และมีหน่วยขึ้นตรงอยู่ในความปกครอง ดังนี้ แผนกบริการ กองวิทยาการ แผนกอาคาร แผนกไฟฟ้า-ประปา-โทรศัพท์ แผนกคลัง ซึ่่งมีภารกิจรับผิดชอบในการก่อสร้าง ซ่อมอาคาร เรือน โรง สนามบิน ถนน การไฟฟ้า-ประปา-โทรศัพท์ ตลอดจนการจัดหาเข้าปรึกษา เบิกจ่าย เครื่องมือ เครื่องใช้ ให้แก่หน่วยต่างๆ ตามนโยบายกองทัพอากาศกับอบรมและแนะนำทางวิทยาการแก่เจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆ ของกองทัพอากาศ ใหเเป็นไปด้วยความเรียบร้อยสมความมุ่งหมายของทางราชการ ในปี พ.ศ.๒๔๙๘ ได้แก้ไขและยกฐานะเจ้ากรม เป็น พล.อ.ต. มาจนถึงปัจจุบัน 
    กรมช่างโยาธาทหารอากาศยุคต่อมา (พ.ศ.๒๕๐๕-๒๕๒๓)
   ปี พ.ศ.๒๕๐๕ ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ กองทัพอากาศโดยให้กรมช่างโยธาทหารอากาศเป็นหน่วยขึ้นตรงกองทัพอากาศ มีภารกิจ คือ มีหน้าที่ในการซ่อม และสร้างอาคาร สถานที่ การไฟฟ้า ประปา ดำเนินการจัดหา เก็บรักษา แจกจ่าย พัสดุในสายช่างโยธา ควบคุมสิ่งปลูกสร้าง และที่ดินเขตกองทัพอากาศ ฝึกอบรมสัมมนา เหล่าช่างโยธา กับมีหน้าที่ ควบคุมตรวจตรากิจการในสายวิทยาการช่างโยธา และตามคำสั่ง กห. ปี พ.ศ.๒๕๐๖ กรมช่างโยธาทหารอากาศมีหน่วยขึ้นตรง ๖ หน่วย
   นอกจากนี้ยังมีช่างโยธาในระดับฝ่ายหรือแผนกมีหน้าที่รับผิดชอบภารกิจด้านช่างโยธา ของกองบินต่างๆโดยมี กรมช่างโยธาทหารอากาศ เป็นกรมสายวิทยาการ และคลังใหญ่คอยควบคุม
   ในเรื่องอัตราของกรมช่างโยธาทหารอากาศ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๖ นั้น ได้มีการแก้ไขอัตราทั้งสิ้น ๒๘ ครั้ง แต่สำหรับการแก้ไขครั้งใหญ่ๆ ที่เกี่ยวกับการปรับปรุง ให้มีอัตรากำลังเพิ่มขึ้นมี ๓ ครั้ง คือ
   ๑. พ.ศ.๒๕๑๑ แก้ไขอัตรา เสนาธิการ กรมช่างโยธาทหารอากาศ จากเดิม น.อ. เป็น น.อ.(พิเศษ) แก้ไขอัตรา หัวหน้ากองวิทยาการ (อัตรา น.อ.) เป็น ผู้อำนวกการกอง (อัตรา น.อ.พิเศษ)
   ๒. พ.ศ.๒๕๑๙ ได้มีการจัดตั้งกองช่อมเครื่องทุ่นแรงและบริภัณฑ์ช่างโยธา เพื่อรวบรวมการช่อมระดับโรงงานทั้งหมดไว้ที่กองเดียวกัน
   ๓. พ.ศ.๒๕๒๓ ยกเลิกการบินพลเรือน กรมช่างโยธาทหารอากาศ ได้รับโอนกิจการดับเพลิงและกู้ภัยมาอยู่ในความรับผิดชอบ
   การจัดส่วนราชการของกรมช่างโยธาทหารอากาศ จึงเป็นดังนี้ (ซึ่งรายละเอียดจะได้กล่าวในภายหลัง)
   ๑. กองบริการ มีหน้าที่การสารบรรณ ธุรการ การเงิน การส่งกำลังบำรุง การจัดหาในสายช่างโยธา การประชาสัมพันธ์ และการสถิติที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการดูแลสถานที่และเครื่องมือเครื่องใช้ในกองบังคับการ กรมช่างโยธาทหารอากาศ (มีหัวหน้ากองบริการเป็นผู้บังคบบัญชารับผิดชอบ)
  ๒.กองวิทยาการ มีหน้าที่ศึกษาค้นคว้าความก้าวหน้าและเผยความรู้ที่เกี่ยวกับกิจการช่างโยธา ตรวจทดลองให้คำแนะนำทางเทคนิคในการใช้ เก็บรักษา สร้างซ่อม ดัดแปลง แก้ไข พัสดุช่างโยธา กำหนดแผนผัง และประมาณค่าในการสร้าง ควบคุมสิ่งปลูกสร้างในเขตปลอดภัยทหาร อำนวยการควบคุมการก่อสร้าง จัดทำสถิติ อำนวยการศึกษา ฝึกอบรม เสนอแนะหลักสูตรและกำหนด แนวสอนในการศึกษาเหล่าทหารช่างโยธา (มีผู้อำนวยการกองวิทยาการ เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ
  ๓.กองอาคาร มีหน้าที่ดำเนินการทั้งปวงเกี่ยวกับการซ่อม ดัดแปลงแก้ไขอาคารและสถานที่ (มีหัวหน้ากองเป็นผู้บังคับบัญชา  รับผิดชอบ)
  ๔.กองสนามบิน มีหน้าที่ดำเนินการทั้งปวงเกี่ยวกับการซ่อม ดัดแปลงแก้ไขสนามบิน การทาง สะพาน รั้ว และการระบายน้ำ   การรักษาความสะอาด บริเวณสถานที่ส่วนกลาง กับมีหน้าที่ควบคุมการใช้และการซ่อมเครื่องทุ่นแรงต่างๆ (มีหัวหน้า              กองสนามบินเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ)
 ๕. กองไฟฟ้า-ประปา มีหน้าที่ดำเนินการทั้งปวงเกี่ยวกับการสร้าง ติดตั้ง ตรวจซ่อม ดัดแปลง แก้ไข การไฟฟ้า-ประปา (มีหัวหน้ากองไฟฟ้า-ประปาเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ)
 ๖. กองพัสดุช่างโยธา มีหน้าที่สะสม เก็บรักษา ควบคุมทางพัสดุ แจกจ่าย จัดทำบัญชีการสถิติ และพิจารณาความต้องการที่เกี่ยวกับพัสดุช่างโยธา (มีหัวหน้ากองพัสดุช่างโยธาเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ)
 ๗.กองซ่อมเครื่องทุ่นแรงและบริภัณฑ์ช่างโยธา
    มีหน้าที่ซ่อม ดัดแปลง แก้ไขเครื่องทุ่นแรง รถเฉพาะกิจ บรืภัณฑ์ ไฟฟ้า ประปา และเครื่องปรับอากาศของกองทัพอากาศ (มีหัวหน้ากองซ่อมเครื่องทุ่นแรงและบริภัณฑ์ช่างโยธาเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ)
 ๘.กองดับเพลิงและกู้ภัย
     มีหน้าที่จัดเตรียมกำลังพล อุปกรณ์และเครื่องมือการดับเพลิงและกู้ภัยภาคพื้นเพื่อสนับสนุนการดับเพลิงของหน่วยต่างๆ ในกองทัพอากาศ (มีหัวหน้ากองดับเพลิงเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ)

การย้ายที่ตั้งกองทัพอากาศ
      พ.ศ.๒๕๑๗ รัฐบาลมรนโยบายที่จะพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมืองให้ทันสมัย เพื่อดำรงความเป็นศูนย์การบินพาณิชย์ในภูมิภาคนี้ตลอดไป จึงได้จัดทำแผนพัฒนาและปรับปรุงท่าอากาศยานดอนเมืองขึ้น ซึ่งในแผนดังกล่าวกองทัพจะต้องสละพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพอากาศและพื้นที่ส่วนราชการอื่นๆ ด้านทิศตะวันตกทั้งหมด ให้เป็นพื้นที่พัฒนาท่าอากาศยานพาณิชย์ดอนเมือง โดยกองทัพอากาศต้องย้ายที่ตั้งมาสร้างใหม่ทางฝั่งตะวันออก
     ๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๒๑ คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการปรับปรุงท่าอากาศยานดอนเมืองให้ใช้ต่อไปอีก ๑๐ ปี และอนุมัติวงเงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาท เป็นค่าปรับปรุงท่าอากาศยานดอนเมือง ๓,๐๐๐ ล้านบาท และค่าย้ายที่ตั้งกองทัพอากาศ ๑,๐๐๐ ล้านบาท