1215

 

จุดเสี่ยงตัวการทำแอร์เสี่ยงดังที่พบได้บ่อย

เมื่อแอร์มีเสียงดัง จุดที่พึงสังเกตว่าเป็นต้นตอของปัญหานี้ ให้ดูที่ใบพัด ส่วนของแกนใบพัด ตลับลูกปืนแอร์ แกนมอเตอร์ ลูกยาง ไปจนถึงส่วนโครงสร้างอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่าละเลยแม้จะเป็นพลาสติกหรือเหล็ก ให้ดูว่าส่วนไหนที่มีความผิดปกติ ซึ่งบางครั้งอาจจะเกิดจากการใช้งานนาน ทำให้เสื่อมสภาพ การติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน และการใช้งานที่ไม่ถูกวิธี ก็ทำอุปกรณ์บางส่วนผิดปกติตามมาได้ จนเป็นเหตุให้เกิดเสียงดังหนวกหูขึ้นมา

การแตกร้าวของใบพัด

เป็นจุดแรกที่ควรสังเกต ใบพัดของแอร์ซึ่งจะมีทั้งคอยล์ร้อนและคอยล์เย็น หากมีเสียงดังมาก ให้ไปโฟกัสที่ใบพัดคอลย์เย็นก่อน เพราะเป็นส่วนที่ติดตั้งอยู่ภายในห้อง ซึ่งอาจจะมาจากการแตกร้าว ชำรุดเสียหาย และสภาพที่เก่าเกินทน บางครั้งก็มาจากความสะเพร่าในขั้นตอนทำความสะอาด ทำให้เป็นรอยร้าวตอนถอดล้างก็ได้

 

1216

 

     ถ้าหากไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าพื้นฐานมาก่อน การเลือกซื้ออุปกรณ์ควบคุมระบบไฟฟ้าภายในบ้านเพื่อนำมาติดตั้ง ก็คงจะเป็นเรื่องที่ชวนให้ปวดหัวไม่ใช่น้อยเหมือนกัน เพราะไม่แน่ใจว่าจะต้องซื้ออะไรในราคาเท่าไร และจะรู้ได้อย่างไรว่าซื้อแบบใดแล้วจะปลอดภัยที่สุด เพราะฉะนั้นบทความนี้จึงขอแนะนำอุปกรณ์ควบคุมไฟฟ้าภายในบ้านที่จำเป็นต้องทั้งหมด 4 ประเภท นั่นคือ

1. Circuit Breaker (หลัก)

ทำหน้าที่ควบคุมไฟฟ้าหลักภายในบ้าน หรือเป็นสวิตช์เพื่อตัดต่อวงจรไฟฟ้า เมื่อมีปัญหาเรื่องไฟฟ้าช็อต หรือไฟเกินที่เป็นสาเหตุของการลัดวงจร เบรกเกอร์หลัก จะทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์ป้องกันด้วยการสับสวิตช์ตัวเองลงมาอีกด้วย สำหรับวิธีการเลือก เบรกเกอร์หลัก ต้องเลือกจากขนาดกระแสไฟฟ้า (หน่วยแอมป์) ที่จ่ายเข้ามาในบ้าน และขนาดค่าทนกระแสไฟฟ้าลัดวงจรที่ไม่ควรจะน้อยกว่า kA ในกรณีที่เลือกใช้เบรกเกอร์หลักสูงกว่าปริมาณแอมป์ไฟฟ้า เมื่อเกิดการลัดวงจร จะทำให้เบรกเกอร์หลักไม่ตัดไฟ และอาจทำให้เกิดไฟไหม้บ้านได้

2. Circuit Breaker (ย่อย)

ทำหน้าที่เป็นสวิตช์ที่แยกวงจรไฟฟ้าหลัก ให้กลายมาเป็นวงจรไฟฟ้าย่อย เพื่อให้เกิดการกระจายไปตามการใช้ไฟฟ้าในส่วนต่าง ๆ ของบ้าน สำหรับเบรกเกอร์ย่อยจะมีลักษณะเป็นวงจรที่อยู่ในกล่องพลาสติกที่ชื่อว่า Consumer Unit การเลือกเบรกเกอร์ย่อยที่ดี จะต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับค้าไฟฟ้าที่ต่อออกไป จึงจะช่วยป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรภายในวงจรย่อยได้อีกด้วย และที่สำคัญ ไม่ควรซื้อเกิน 3 ชุด

5eb7

อันดับ 1 > Solar PV Rooftop ลดหน่วยไฟฟ้า : เทคโนโลยีโซลาร์รูฟที่ติดตั้งเพื่อใช้เอง เน้นลดหน่วย     ไฟฟ้าตัวเอง ไม่ต้องง้อขายคืนกริดของการไฟฟ้า

อันดับ 2 > Smart Home : กระแสที่ฉุดไม่อยู่ของเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต สามารถจัดการและบริหารการผลิตและใช้พลังงาน (โดยเฉพาะไฟฟ้า) ของเราผ่านโทรศัพท์มือถือและแอพต่างๆ ได้ไม่ยาก เช่นการสั่งเปิดไฟ-ปิดแอร์ ตั้งเวลา/ไทม์เมอร์ต่างๆ เป็นต้น

อันดับ 3 > รถยนต์ไฮบริดและปลั๊ก-อินไฮบริด : ที่เติมได้ทั้งน้ำมันและไฟฟ้า แต่ส่วนใหญ่จะเป็นรถเก๋ง

อันดับ 4 > คอนโดริมรถไฟฟ้า : เทรนด์ใหม่สำหรับ หนุ่ม-สาวที่ทำงานแล้วและกำลังหาบ้านเป็นของตัวเองสักหลัง กระแสตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า "คอนโดริมรถไฟฟ้า" ตอบโจทย์หนุ่มสาวเหล่านั้นมากกว่าบ้านเดี่ยวชานเมือง

อันดับ 5 > Solar PV Air-con : ระบบพลังงานจากแสงอาทิตย์ถ้านำมาใช้ตรงที่เครื่องปรับอากาศได้นอกจากจะประหยัดแล้วยังจะช่วยระบบไฟฟ้าของประเทศได้ด้วย

อันดับ 6 >เทคโนโลยี อินเวิทเตอร์ Inverter Drive Systems : ในเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆจะเห็นว่าเครื่องปรับอากาศ หรือแอร์ รุ่นใหม่ที่ประหยัดพลังงานเยอะๆ นั้นล้วนแต่เป็น "แอร์อินเวอร์เตอร์" ทั้งสิ้นเพราะเป็นเทคโนโลยีที่จะควบคุมรอบการหมุนของมอเตอร์ในเครื่องแอร์นั้นเอง

อันดับ 7 > หลอด LED : แม้ไม่ใช่เทรนด์ใหม่ แต่เริ่มเห็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี LED ใหม่ๆมากขึ้นไปอีก ได้แก่ การใช้ตบแต่งสถานที่ท่องเที่ยว หรือบางแห่งทำ Light & Sound ด้วยเพราะ LED เป็นหลอดไฟที่เปลี่ยนสีได้นั้นเอง นอกจากนี้เราจะเริ่มเห็นการใช้ LED-ภาคเกษตร มากขึ้น ทั้งที่ใช้ LED-ปลูกผัก    LED-เลี้ยงปลาและ LED-ไล่แมลง/ไล่ยุง เป็นต้น

                                                                ที่มา : https://www.winnews.tv

                                                                       แผนกอนุรักษ์พลังงาน กองไฟฟ้า

 

501259

เซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker) เป็นอุปกรณ์ที่ไว้ป้องกันความปลอดภัย ในกรณีที่การทำงานของไฟฟ้าเกิดความขัดข้อง โดยสามารถเปิด-ปิดวงจรโดยแบบไม่อัตโนมัติและสามารถเปิดวงจรโดยอัตโนมัติ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลเกินกว่าค่าที่ตั้งไว้ได้ ที่สำคัญยังสามารถปิดหรือต่อวงโคจรได้ทันที หลังแก้ปัญหาที่พบได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่

เซอร์กิตเบรกเกอร์ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้

1. Miniature Circuit Breaker (MCBs) เป็นเบรกเกอร์ขนาดเล็กที่มักใช้ติดตั้งร่วมกับแผงจ่ายไฟฟ้าย่อย หรือแผงจ่ายไฟในห้องพักอาศัยทั่วไป ซึ่งเบรกเกอร์ชนิดนี้จะไม่สามารถปรับตั้งค่าการตัดวงจรไฟฟ้าได้ แต่อาศัยการปลดวงจรแบบ thermal และmagnetic เหมาะสำหรับใช้ในบ้านหรืออาคารที่มีกระแสไฟฟ้าที่ไม่เกิน 100Aมี 1-4 Pole โดยสามารถใช้ได้ทั้งไฟฟ้าเฟส 1 เฟส 2 และเฟส 3 ส่วนที่นิยมใช้กันคือ Plug-on และ Din-rail

2. Resident Current Devices (RCDs) เป็นเบรกเกอร์ที่สามารถตัดวงจรไฟฟ้าในกรณีที่เกิดไฟรั่ว ไฟดูดและไฟช๊อต โดยอัตโนมัติตามตำแหน่งที่ตั้งไว้ มีการติดตั้งในตู้คอนซูมเมอร์ ยูนิทและตู้ควบคุมไฟฟ้า ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

Residual Current Circuit Breakers (RCCBs) เป็นแบบที่จะช่วยตัดวงจรไฟฟ้าเมื่อเกิดการรั่วไหลเท่านั้น โดยไม่สามารถใช้ตัดการลัดวงจรของกระแสไฟได้ ซึ่งจะใช้ควบคู่กับเบรกเกอร์ขนาดเล็ก

Residual Current Circuit Breakers with Overload protection (RCBOs) เป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยป้องกันไฟดูดหรือไฟช๊อตพร้อมเบรกเกอร์ในตัว ด้วยคุณสมบัติที่จะช่วยตัดไฟได้ในเวลาที่มีไฟรั่วหรือมีกระแสลัดวงจร

3. Moulded Case Circuit Breaker (MCCB) นิยมใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารที่มีขนาดใหญ่ เพราะมีคุณสมบัติที่ทนกระแสลัดวงจร และยังสามารถรองรับกระแสที่สูงกว่าเบรกเกอร์ลูกย่อยได้ โดยจะใช้ได้ตั้งแต่กระแสไฟ 100-2300A การเลือกใช้ MCBกับMCCB ต้องดูที่ค่าพิกัดกระแสลัดวงจรสูงสุดที่ปลอดภัยของเบรกเกอร์ตัวนั้นๆ เป็นสำคัญ

1471857555 794

 

บัลลาสต์ คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมกระแสไฟฟ้าที่ผ่านเข้าไปที่หลอดให้มีความเหมาะสมและสม่ำเสมอตามแต่ประเภทและชนิดของหลอดโดยส่วนมากใช้กับหลอดประเภทฟลูออเรสเซนต์และหลอดประเภทคายประจุความดันสูงโดยแบ่งบัลลาสต์ออกได้เป็น 3 ชนิดหลักๆ คือ

         1. บัลลาสต์ขดลวดแกนเหล็กแบบธรรมดา เป็นบัลลาสต์ที่ใช้กันแพร่หลาย เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านขดลวดที่พันรอบแกนเหล็ก จะทำให้แกนเหล็กร้อน ทำให้มีพลังงานสูญเสียประมาณ 20% ของพลังงานที่จ่ายให้ระบบแสงสว่างโดยเฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 10-14 วัตต์ อุณหภูมิขณะการใช้งานจะอยู่ที่ช่วง 55 - 70°C ให้ค่าประกอบกำลังต่ำ(pf)

         2. บัลลาสต์ขดลวดแกนเหล็กประสิทธิภาพสูง หรือบัลลาสต์โลลอส เป็นบัลลาสต์ที่ทำด้วยแกนเหล็ก และขดลวดที่มีคุณภาพดีทำให้มีการสูญเสียพลังงานจะลดลงเหลือ 5-6 วัตต์ อุณหภูมิขณะการใช้งานต่ำกว่าแบบแกนเหล็กธรรมดาโดยจะอยู่ที่ช่วง 35 - 50°C ให้ค่าประกอบกำลังต่ำ(pf)

         3. บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นบัลลาสต์ที่ทำด้วย ชุดวงจรอิเล็กทรอนิกส์ มีการสูญเสียพลังงานน้อยประมาณ 1-2 วัตต์ เปิดติดทันทีไม่กระพริบ ไม่ต้องใช้สตาร์ทเตอร์ ไม่มีเสียงรบกวน ทำให้อายุการใช้งานของหลอดแสงสว่างนานขึ้น 2 เท่า ของหลอดแสงสว่างที่ใช้ร่วมกับบัลลาสต์แกนเหล็กธรรมดา ดังนั้นหากมีชั่วโมงการใช้งานต่อวันมากควรเลือกใช้บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดไฟแล้วยังมีประโยชน์อีกหลายอย่าง ดังที่กล่าวมาข้างต้น แต่ในการเลือกซื้อและเลือกใช้ควรตวจสอบมาตรฐาน และวัสดุชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะมีผลกระทบเรื่องฮาโมนิคเพิ่มเติมในระบบไฟฟ้า

                                                                                                         

                                                                                                                                                        ที่มา :http://ienergyguru.com

    แผนกอนุรักษ์พลังงาน กองไฟฟ้า