1459741301 0637

    
     "สี"
นอกจากจะทำให้บ้านเกิดความสวยงามแล้ว ในทางจิตวิทยา สี สามารถส่งผลต่อความรู้สึกของผู้อาศัยได้เป็นอย่างดีทุกๆสีล้วนมีผลต่อการแสดงอารมณ์ที่เกิดขึ้นในห้องนั้นๆด้วยนอกจากนี้ สี ยังสามารถช่วยประหยัดพลังงานภายในบ้านได้อีกด้วย

     ข้อมูลจาก The Environmental Protection Agency ของสหรัฐอเมริกา รายงานว่าร้อยละ 25 ของพลังงานที่ใช้ไปมาจากการใช้แสงสว่าง การเลือกใช้สีภายในบ้านก็มีส่วนช่วยประหยัดพลังงานภายในบ้านได้ โดยอาศัยหลักการสะท้อนของแสง โดยที่สีที่อ่อนมีค่าการสะท้อนแสงมากกว่าสีที่เข้ม ดังนั้นสีเข้มนั้นจะดูดซับความร้อนจากภายนอกเข้ามามากกว่าสีอ่อน                                                                                                    

       ห้องต่างๆ ภายในบ้าน ก็เช่นเดียวกัน ถ้าทาสีเข้ม ห้องก็จะดูดซับความร้อนจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นแสงจากดวงอาทิตย์หรือแสงจากหลอดไฟภายในบ้าน จึงทำให้ห้องร้อนมากกว่าปกติ ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักเพิ่มขึ้น จากการทดลองพบว่า ในห้องปรับอากาศที่ทาสีโทนเย็น เช่น สีฟ้าหรือสีเขียว จะให้อุณหภูมิที่ต่ำลงกว่าอุณหภูมิจริงประมาณ 2.5 – 3.5 องศาเซลเซียส ในขณะที่สีโทนร้อนอย่างสีแดงหรือสีส้ม อุณหภูมิจะสูงขึ้นกว่าปกติ 2.5 -3.5 องศาเซลเซียส แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับค่าความสดของสีด้วย ดังนั้นในการเลือกใช้สีของเพดานควรจะเลือกสีที่อ่อนที่สุดหรืออย่างน้อยให้ อ่อนกว่าสีของผนังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการกระจายแสงของดวงโคมเพดาน

       แต่การเลือกใช้สีอ่อน เพื่อประหยัดพลังงานในห้อง มีข้อเสียคือ การใช้สีอ่อนทั้งผนังและเพดานในบริเวณที่มีแสงสว่างจ้าอยู่แล้ว จะทำให้บริเวณนั้นเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า แสงบาดตา (Glare) ทำให้ระคายเคืองและเป็นอันตรายต่อดวงตา เกิดการเมื่อยล้าต่อดวงตา ดังนั้นควรเลือกใช้สีอ่อนกับห้องที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้สายตามากนัก เช่น ห้องรับแขก หรือห้องนั่งเล่น เป็นต้น

ที่มา : http://www.oknation.net/

            แผนกอนุรักษ์พลังงาน กองไฟฟ้า

 

44224423

 

Hot water from Air-conditioning Systems คือ การทำน้ำร้อนจากเครื่องปรับอากาศหรือการนำความร้อนที่ปล่อยทิ้งจาก Condensing ของเครื่องปรับอากาศมาแลกเปลี่ยนความร้อนให้กับน้ำ นอกจากนี้ ยังเป็นการระบายความร้อนด้วยน้ำ จะทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศทำงานดียิ่งขึ้น เพราะ สามารถช่วยให้คอยล์ร้อน ระบายความร้อนดีขึ้น เร็วขึ้น จึงลดภาระการทำงานของคอมเพรสเซอร์ รอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ลดลง มีผลให้ระบบปรับอากาศสามารถลดความต้องการพลังงานไฟฟ้า ได้อีกต่อหนึ่ง ระบบนี้เหมาะกับบ้านพักอาศัยไปจนถึงกิจการโรงแรม โรงงานอุตสาหกรรม สปา ฟิตเนสต่าง ๆ หรือกิจการอื่น ๆ ที่มีความต้องการใช้น้ำร้อนในการประกอบธุรกิจ

 

 

 

                                                                                                                                      

                                                         ที่มา :http://www.spowerteam.co.th และ http://www.j7eng.com/

            แผนกอนุรักษ์พลังงาน กองไฟฟ้า

 

14797138766

     นอกจากปัจจัยที่จะเป็นพื้นฐานในการดำรงชีพของมนุษย์แล้ว ดูเหมือนแสงสว่างก็เป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงสว่างที่มาจากธรรมชาติซึ้งเป็นสิ่งที่มนุษย์เราได้ฟรีๆ โดยไม่เสียสตางค์ ดังนั้น เราจึงควรใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติให้มากที่สุด การนำแสงจากธรรมชาติมาช่วยอำนวยความสะดวกให้ความสว่างในเวลากลางวันนั้น เป็นการประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าทางตรง แต่เราไม่สามารถนำแสงจากธรรมชาติมาใช้งานได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลากลางคืน เราจึงจำเป็นต้องพึ่งแสงสว่างจากหลอดไฟฟ้า การวางแผนการดำเนินชีวิตให้เข้ากับเวลาและความต้องการในการใช้แสงสว่าง จึงเป็นส่วนสำคัญในการช่วยประหยัดพลังงานเพราะการเผาผลาญพลังงานก็คือการใช้พลังงานผลิตเพื่อมาใช้ในระบบไฟฟ้าแสงสว่างทั้งนี้ ก็เพื่อการดำรงชีพนั่นเอง การใช้ไฟฟ้าหรือแสงสว่างอย่างประหยัดมีมากมายหลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเราเอง เช่น ไม่เปิดไฟในบริเวณใกล้หน้าต่างในตอนกลางวัน หรือในบริเวณที่มีแสงสว่างส่องถึง ปิดไฟทุกครั้งหลังเสร็จจากการใช้งานหรือเปิดไฟส่องสว่างเฉพาะพื้นที่จำเป็นสำหรับการใช้งานเท่านั้น นอกจากนี้ การทำความสะอาดหลอดไฟอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของหลอดไฟได้เป็นอย่างดี นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้นแล้ว การเลือกอุปกรณ์ ไฟฟ้ายังสามารถช่วยประหยัดไฟฟ้าและช่วยให้ลดการใช้พลังงานได้อย่างมากเช่นกัน เช่น หลอดไส้ธรรมดา (in candescent lamp) ที่เราคุ้นเคยกันอยู่ทุกวันนี้ แม้จะเป็นหลอดไฟราคาถูกติดตั้งได้ง่าย แต่อายุการใช้งานจะสั้นมาก และพลังงานความร้อนที่ใช้ผลิตแสงสว่างก็ถูกเผาผลาญไปเป็นความร้อนกว่า 90 % จึงถือได้ว่าเป็นหลอดไฟที่สิ้นเปลืองพลังงานอย่างมาก ในขณะที่หลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์ ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่า ถึง 75 % ของหลอดไส้ธรรมดา และมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าถึง 10 เท่า ซึ่งถือได้ว่าเป็นหลอดประหยัดไฟอย่างมาก นอกจากนี้ ยังควรคำนึงถึงขนาดที่ต้องเหมาะสมกับพื้นที่การใช้ด้วย เพียงแค่นี้เราก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศ และสามารถช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศ และสามารถช่วยลดสภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย

                                                    ที่มา : https://www.sanook.com/news/

                                                               แผนกอนุรักษ์พลังงาน กองไฟฟ้า

 

1255

  ในยุคที่พลังงานเป็นสิ่งมีค่าและเริ่มขาดแคลนในบางช่วงเวลาเนื่องจากความต้องการใช้ทั้งในภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมมีมากขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจส่งผลให้ความตระหนักเรื่องการประหยัดพลังงานได้มีการพูดถึงอย่างกว้างขวาง

     นวัตกรรมและเทคโนโลยีได้เริ่มเข้ามามีบทบาทเป็นตัวช่วยในการประหยัดพลังงานมากขึ้น และที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในปัจจุบันก็คือ เทคโนโลยี อีโค ไลท์ (Eco Light Technology) ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมประหยัดพลังงานด้านแสงสว่างที่เริ่มแพร่หลายและมีการนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจมากขึ้นเรื่อย ๆ

    เทคโนโลยี อีโค ไลท์ ที่น่าสนใจในปัจจุบัน คือ หลอดประหยัดพลังงานแอลอีดี (LED) และหลอดโอแอลอีดี (OLED) ซึ่งนักออกแบบในต่างประเทศได้นำมาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมมาได้ประมาณ 5 ปีแล้ว โดยหลอดแอลอีดี ช่วยให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าลดลงได้มากตั้งแต่ 15-70% เจ้าของกิจการสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี ส่วนหลอดโอแอลอีดี เป็นพลาสติกเรืองแสงนาโนคล้ายแผ่นฟิล์มที่มีความโปร่งใส ให้แสงสีต่าง ๆ สามารถปรับโค้งงอได้ตามรูปแบบที่ต้องการเหมาะสำหรับการตกแต่งอาคารและสถานที่ต่าง ๆ

                                                                 ที่มา : http://www.2e-building.com

                                                                          แผนกอนุรักษ์พลังงาน กองไฟฟ้า

 

tree11

 

ข้อมูลจากนิตยสารการอนุรักษ์พลังงานที่นำข้อมูลเรื่องต้นไม้กำหนดพลังงานแสงอาทิตย์มาฝากกันนะครับ จากชื่อคงรู้แล้วว่าต้องอยู่ในประเทศสิงคโปร์แน่นอน เจ้าต้นไม้ที่พูดถึงนี้เป็นต้นไม้ที่ออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมสุดๆ นอกจากจะได้พลังงานแล้วยังไม่ทัศนียภาพที่สวยงามอีกด้วย

         ถ้าพูดถึงสิงคโปร์แล้วมีหลายอย่างที่ต้องนึกถึง หรือในเรื่องเหล่านั้นคือนวัตกรรมและสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว เพราะเค้าให้ความสำคัญกับทุกอย่างที่สร้างขึ้นมา และยังใส่ใจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพลังงานด้วย ทำให้สิงคโปร์นั้นได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางแห่งเทคโนโลยีการออกแบบเมืองและสร้างพื้นที่สีเขียวในอาคารแห่งภูมิภาคเอเชียเลย

           และเจ้าต้นไม้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ผมมาเล่าให้ฟังนี้ก็คือหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่สอดแทรกและผสมผสานด้วยเทคโนโลยี เป็นสวนพฤกษศาสตร์ริมอ่าว มารีน่าขนาดใหญ่บนเนื้อที่ 101 เอเคอร์ ซึ่งที่นี่ได้รวบรวมพันธุ์ไม้ต่างๆทั่วทุกมุมโลกมาจัดแสดงไว้ครับ ซึ่งต้นไม้ที่ผมนำมาฝากกันในวันนี้มีชื่อว่าซูปเปอร์ทรี เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีความสูง 25-50 เมตรเลยล่ะครับ มีจำนวนทั้งสิ้น 18 ต้น ออกแบบมาให้เป็นสวนแนวตั้งขนาดมหึมา ปกคลุมด้วยไม้เลื้อยเขตร้อน พืชอิงอาศัย และเฟิร์นเมืองร้อน ซูปเปอร์ทรีนั้นถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของสิงคโปร์ ซึ่งความพิเศษของต้นไม้ยักษ์เหล่านี้ก็คือ ด้านบนของมันออกแบบมาให้ติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ไว้จำนวน 11 ต้น สำหรับเปลี่ยนเป็นพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าในระบบแสงสว่างของบริเวณจัดแสดงงาน และยังใช้พลังงานเหล่านี้ควบคุมการใช้น้ำในการจัดแสดงอีกด้วย ยังไม่หมดเพราะมันยังถูกออกแบบให้รองรับน้ำฝนเพื่อใช้ในการรดน้ำต้นไม้อีกด้วย

ที่มา/แหล่งข้อมูล http://theweplant.blogspot.com                                     

แผนกอนุรักษ์พลังงาน กองไฟฟ้า