7d8074711d62d91ade0dc136d803f96a

 

การเสื่อมเสียของหลอดเรืองแสงมีหลายประการ ดังต่อไปนี้

-         หลอดไฟ จุดติดยาก สาเหตุเพราะแรงโวลต์ส่งเข้าจุดหลอดต่ำเกินไป หรือ สตาร์ทเตอร์ เสีย (ภายใน) และเพราะหน้าสัมผัสของขั้วหลอดที่เสียบลงไป สัมผัสไม่ดี

-         อย่าเปิดใช้ และดับบ่อย ๆ โดยไม่จำเป็น เพราะวัตถุที่ฉาบไว้ที่ คะโทด (Cathode) จะเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าที่ควร

-         ใช้ บัลลาสต์ ผิดขนาดจะทำให้ หลอดเสียเร็ว หรือ จุดไม่ติด หรือ หลอดเสียเพราะกระแส ไฟฟ้า ที่ไหลผ่านหลอดผิดขนาดที่หลอดไฟต้องการ

-         ไส้หลอดไฟคงติดไฟอยู่แม้ดับสวิชไฟแล้ว (สังเกตได้) ถ้าเป็นหลอดใหม่เป็นเพราะการต่อสายวงจรผิด ถ้าเป็นหลอดเก่า เกิดจากสตาร์เตอร์ชอร์ทเซอกิต (Short circuit) ภายใน

-         หลอดไฟกระพริบ ๆ เป็นเครื่องหมายว่าจะหมดอายุแล้ว ถ้าเป็นหลอดใหม่อาจจะเป็นเพราะสตาร์เตอร์ จงเปลี่ยนเสียใหม่ หรือ หลอดไฟไม่ดีให้เปลี่ยนเสียใหม่

-         แรงโวลต์ต่ำมาก ก็ทำให้หลอดกระพริบ , บัลลาสต์ เล็กกว่าขนาด ก็เช่นเดียวกัน หรือมี   อากาศเย็นเป่าอยู่ที่หลอดมากเกินไปก็กะพริบ หรือ ไม่ติดสว่าง อย่าให้กระพริบนาน ๆ   เดี๋ยวบัลลาสต์จะไหม้

-         ปลายหลอดไฟดำ อาจจะเป็นได้ทั้งปลายเดียวหรือทั้ง 2 ปลาย ค่อย ๆ ขยายยาวออกไป 2-3 นิ้ว แสดงว่าหลอดไฟเสื่อมคุณภาพแล้ว (ปลายหลอดไฟดำ นิดหน่อยแต่หลอดไฟไม่เสียนั้น เป็นเพราะไอปรอทจับอยู่ภายใน)

-         แสงไฟหมุนเป็นเกลียว (Swirling) มักจะเป็นแก่หลอดไฟใหม่บางหลอด อาการเช่นนี้จะหายไปเองเมื่อเปิดปิดใช้ตามปกติ ไปนานพอสมควร บางทีอาการนี้อาจจะเกิดขึ้นแก่หลอดไฟที่ใช้มาแล้วและ หายไปเองก็มี ถ้าไม่ยอมหายก็เปลี่ยนหลอด เหตุที่แสงเป็นเกลียวเพราะว่าการอุ่น คะโทด (Cathode) ให้อิเล็กตรอนกระจายภายในหลอดไฟน้อยไป เนื่องจากสตาร์เตอร์ เริ่มทำงานผิดปกติ

-         การรบกวนวิทยุ หลอดไฟใช้กระแสสลับมีบ้างเล็กน้อย แต่ใช้กับกระแสไฟฟ้าตรงจะมีมากกว่า เพราะหลอดเรืองแสงส่งคลื่นวิทยุออกมาภายนอกได้ และคลื่นนี้จะไปรบกวนคลื่นวิทยุโดยประการแรก คลื่นที่หลอดไฟเข้าสายอากาศโดยตรง ประการที่สอง คลื่นจากวงจรของหลอดไฟเข้าไปที่สายอากาศเครื่องรับโดยตรง ประการที่สาม ผลสะท้อน (Feed back) ซึ่งไปตามเส้นลวด วิธีแก้ ใช้คาปาซิเตอร์ฟิลเตอร์ (Capacitor filter) ซึ่งเป็นอีกชิ้นหนึ่งที่เขาสร้างขึ้นสำหรับประกอบกับวงจรในบ้าน

ที่มา/แหล่งข้อมูล http://www.mlnlighting.com                                          

แผนกอนุรักษ์พลังงาน กองไฟฟ้า

 

ps600

 

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์
1. แผงโซลาร์เซลล์ตามขนาดที่ต้องการ
2. ปั๊มน้ำ DC หรือ ปั๊มน้ำใช้แบตเตอรี่
3. เครื่องควบคุมการชาร์จและจ่ายไฟในระบบสูบน้ำ
4. แบตเตอรี่

หลักการทำงานแผงโซล่าเซลล์จะทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นกระแสไฟฟ้าแล้วทำการประจุ (ชาร์จ)เข้าไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่เพื่อรอจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ปั๊มน้ำต่อไป โดยมีตัวController เป็น ตัวควบคุมการชาร์จและใช้กระแสไฟฟ้าทั้งหมดในระบบ ปริมาณน้ำที่ได้ในการสูบแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับปริมาณกระแสไฟฟ้าที่มีใน แบตเตอรี่

 

rsz258

จาก "เปลือกกุ้ง"...สู่ Solar Cell !!

     นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Queen Mary University of London (QMUL) ประสบความสำเร็จในการสร้าง Solar Cell จากสารเคมีที่อยู่ในเปลือกกุ้ง Solar Cell ดังกล่าวทำมาจากสารไคทิน (Chitin) และสารไคโทซาน (Chitosan) ที่อยู่ในเปลือกของกุ้งหรือสัตว์น้ำจำพวก ครัสเตเชียน (Crustaceans ได้แก่ กุ้ง-กั้ง-ปู) Solar Cell ที่สร้างจากสารพวกนี้มีราคาที่ถูกมากเมื่อเทียบกับ Solar Cell ที่ผลิตจากวัสดุชนิดอื่น ๆ เช่น รูทีเนียม (Rutheniun) ถึงแม้ว่า Solar Cell ที่สร้างจากสารเคมีในเปลือกกุ้งนี้จะยังมีประสิทธิภาพต่ำ แต่ก็ยังสามารถพัฒนาให้นำมาใช้กับที่ชาร์จแบตเตอร์รี่แบบพกพาสำหรับแท็บเล็ต (Tablets), โทรศัพท์ (Phone) , สมาร์ท-ว็อช ( Smart Watches) หรือแม้แต่แผ่นฟิล์มกึ่งโปร่งแสง (Semi-transparent films) สำหรับกระจก นักวิจัยจากคณะ Engineering and Materials Science จาก QMUL ใช้กระบวนการไฮโดรเทอร์มอลคาร์บอไนเซชัน (Hydrothermal Carbonization) และได้ Carbon Quantum Dots (CQDs) จากสารเคมีที่อยู่ในเปลือกกุ้ง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำได้จริงและราคาถูก จากนั้นจึงนำสาร Standard Zinc Oxide Nanorods มาเคลือบบน CQDs เพื่อทำเป็น solar cell Dr. Joe Briscoe หนึ่งในนักวิจัยโครงการนี้ได้กล่าวว่า “สิ่งนี้จะเป็นแนวทางใหม่สำหรับการนำสิ่งรอบตัวที่ง่ายเพื่อมาผลิต Solar Cell โครงการนี้มีปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อให้สามารถใช้ได้กับทุกอุปกรณ์ที่มี Solar Cell เช่น อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอร์รี่ ที่สามารถพกติดตัวได้ทุกที่”

Professor Magdalena Titirici จาก Sustainable Materials Technology ,QMUL ได้กล่าวเสริมว่า “จากโครงการวิจัยดังกล่าว สร้างความเป็นไปได้ในการผลิต Solar Cell จากสารอินทรีย์ต่างๆ เช่นชีวมวล สาหร่าย เป็นต้น ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่สามารถผลิตได้จริงและมีราคาถูก นอกจากนี้ กระบวนการดังกล่าวยังสามารถนำมาผลิต Super capacitors สำหรับเก็บพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในเครื่องกระตุ้นหัวใจ และใช้สำหรับระบบการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ (Energy Recovery) ในยานพาหนะได้อีกด้วย”

 

 

71eb99134fba5b8e17b65de791751ea3

     ปัจจุบันปัญหาขยะเป็นปัญหาหนึ่ง ที่ก่อให้เกิดความรำคาญกับประชาชน และเกิดความยากลำบากแก่ภาครัฐในการกำจัดขยะ เนื่องจากปริมาณขยะที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปีทั้งขยะที่ย่อยสลายได้พวกเศษอาหารและขยะอินทรีย์ รวมถึงขยะที่ย่อยสลายยากเช่น ขยะพลาสติกโดยหากนำไปฝังกลบต้องใช้เวลากว่า 500 ปีกว่าจะย่อยสลาย โดยกรมควบคุมมลพิษระบุว่าประเทศไทยมีขยะพลาสติกเกิดขึ้นประมาณปีละ 2.7 ล้านตันและมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆแต่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้เพียงปีละ 0.7 ล้านตันหรือประมาณร้อยละ26 ที่เหลือเป็นการทำลายด้วยการฝังกลบหรือเผาทิ้ง ซึ่งทำให้เกิดมลภาวะกับสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก

     หากเรามาลองดูโครงสร้างทางเคมีของขยะพลาสติกพบว่ามีสารประกอบไฮโดรคาร์บอนเช่นเดียวกับน้ำมันเชื้อเพลิง และเราจะพบโครงสร้างของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนแบบนี้ในขยะที่ทำจาก โพลิเมอร์ เช่น พลาสติก ยางสังเคราะห์ที่เป็นส่วนประกอบหนึ่งของยางรถยนต์ โดยเม็ดพลาสติกที่นำมาขึ้นรูป นั้นทำมาจากปิโตรเลียม ที่ผ่านกระบวนการพอลิเมอไรเซชั่น (Polymerization) จึงขอเรียกรวมขยะเหล่านี้ว่า “ขยะปิโตรเลียม” หรือเรียก “ขยะปิโตรเคมี” ก็ได้เช่นเดียวกัน จึงเกิดปัญหาขึ้นว่าในเมื่อกำจัดหรือทำลายขยะพวกนี้แล้วจะทำให้เกิดมลภาวะเราจึงควรมีวิธีการอย่างไรที่จะใช้ประโยชน์จากขยะเหล่านี้ ซึ่งก็ไม่หมดหวังซะทีเดียวเนื่องจากในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงได้จากขยะปิโตรเลียมแล้ว

เทคโนโลยีที่นำมาใช้กับขยะปิโตรเลียม เพื่อให้ได้พลังงานแปรรูปที่มีค่าความร้อนสูง เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง นั้น เรียกว่ากระบวนการ PGL ซึ่งย่อมาจาก กระบวนการย่อย 3 กระบวนการ คือ กระบวนการไพโรไลซิส(Pyrolysis) กระบวนการแก๊สซิฟิเคชั่น(Gasification) และกระบวนการลิควิแฟกชั่น(Liquefaction) แต่กระบวนการที่มีความน่าสนใจสำหรับหัวข้อนี้คือ กระบวนการไพโรไลซิส(Pyrolysis) ซึ่งจะให้ก๊าซและน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นผลิตภัณฑ์ โดยกระบวนการนี้เป็นการให้ความร้อนเพื่อการแตกตัวหรือสลายตัวของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่เป็นองค์ประกอบของขยะปิโตรเลียมให้มีโมเลกุลที่เล็กลงที่อุณหภูมิ 400-500 องศาเซลเซียส ภายใต้สภาวะไร้ออกซิเจน โดยจะได้ผลิตภัณฑ์ ดังนี้ 1. ก๊าซที่มีคุณสมบัติคล้ายก๊าซธรรมชาติ 2. ของเหลว คือ น้ำมันเชื้อเพลิงที่ประกอบไปด้วย น้ำมันก๊าด น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา และน้ำมันหนัก ผสมรวมกันอยู่ 3. ของแข็ง คือ ถ่านชาร์ หรือ Carbon black สามารถนำไปทำถ่านอัดแท่งเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงได้

 

44444

 

ในยุคที่โลกร้อนๆ หนาวๆ ที่ภายใน 1 วันมีถึง 3 ฤดูกาลอย่างทุกวันนี้ หลายหน่วยงานพยายามออกมารณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงาน สิ่งหนึ่งที่ทุกสำนักงาน ทุกบริษัทต้องมีและเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในโลกยุคปัจจุบัน นั่นคือ “คอมพิวเตอร์” ดังนั้นจึงมีเคล็ดลับดีๆ ในการใช้คอมพิวเตอร์อย่างรู้สำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมมาฝากกัน

1. ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ในเวลากลางคืน เพื่อให้เครื่องได้ทำงานเพียงวันละ 8 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานได้810 kWh ต่อปี คิดเป็นการประหยัดได้สุทธิถึง 67% ต่อปี

2. ต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านอุปกรณ์ป้องกันไฟกระชาก (Surse Protector)ที่มีชุดควบคุมเต้าจ่ายไฟหลัก ซึ่งจะช่วยตรวจจับได้เมื่อไม่มีการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ และจะตัดไฟที่ป้อนสู่เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงโดยอัตโนมัติ      

3. เลือกใช้หน้าจอแบน (Flat-screen Monitor) เพราะหน้าจอประเภทนี้ใช้พลังงานน้อยเมื่อเทียบกับจอแบบ CRT และยังช่วยถนอมสายตาอีกด้วย      

4. เลือกชื้อคอมพิวเตอร์ที่ผลิตภายใต้มาตรฐานการประหยัดพลังงาน Energy Star นอกจากนี้ เครื่องคอมพิวเตอร์แบบโน้ตบุ๊กยังใช้พลังงานน้อยกว่าแบบตั้งโต๊ะอย่างมาก